วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปลูกป่าชายเลน คลองโคน

โครงการ รณรงค์ปลูกป่าชายเลน ณ ตำบลคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม กิจกรรมของนักเรียนชั้น ม.5/3 ร.ร.เบญจมราชูทิศ ราชบุรี ปีการศึกษา 2552 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2552 เป็นส่วนหนึ่งของวิชา สุขศึกษา

ปัจจุบันสภาพชายฝั่งทะเลไทยเสื่อมโทรมมาก จากที่เคยมีต้นไม้ เช่น โกงกาง ชายเลน เป็นกำแพงกั้นความรุนแรงของคลื่นและลมทะเล ที่พัดเข้าสู่บ้านเรือนที่อยู่ชายฝั่งทะเล อีกทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลากชนิด เช่นลิงแสม แต่ขณะนี้ความอุดมสมบูรณ์ได้เริ่มหายไป ดังนั้นพวกเราจึงต้องการเชิญชวนทุกๆท่านร่วมปลูกป่า เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ไว้

พวกเราออกเดินทางจากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ในเวลา 09.30 น. และแล้วเราก็เดินทางมาถึงวัดคลองโคน จ.สมุทรสงคราม และเริ่มต้นด้วยการทำบุญ ช็อปปิ้งกันนิดหน่อย และแล้วก่อนถึงเวลาที่เราจะได้ปฏิบัติการปลูกป่า ก็ต้องฟังคำบรรยายจากพี่แก้วเจ้าหน้าที่ดูแลก่อน แล้วเราก็ลงเรือเพื่อเดินทางไปบริเวณที่จะปลูกป่า ถึงที่หมายพวกเราก็ไม่รอช้าขึ้นจากเรือไปรับต้นโกงกางเล็ก และเริ่มปลูก วิธีปลูกก็ง่ายเพียงใช้เท้าขุดโคลนให้เป็นหลุมเล็กแล้วน้ำต้นโกงกางเล็กไปวาง เอามือกลบรากนิดหน่อยก็เสร็จแล้ว

การปลูกป่าครั้งนี้ก็เพื่อต้องการให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลน และช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติเหล่านี้ไว้ เพราะนอกจากป่าชายเลนจะช่วยให้ระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์แล้ว ประโยชน์ที่สำคัญจริงๆคือ ช่วยลมความรุนแรงของคลื่นลม ที่พัดเข้ามาสู่ชายฝั่ง

หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปยังตลาดน้ำอัมพวา เพื่อแจกโบว์ชัวร์รณรงค์ เชิญชวนให้ทุกคนช่วยกับปลูกป่า

การรณรงค์ครั้งพวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้ประเทศของเรามีป่าชายเลนเพิ่มมากขึ้น

บท : จุฑามาศ จันทรวงศ์
เสียงบรรยาย : ครูรัชดา พินิจกุล
ถ่ายภาพ/ตัดต่อ : สุชาต จันทรวงศ์
ผลิตโดย : บริษัท หัวช้างเอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด (HCTV) โทร. 0-3231-0262

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

นวดแผนไทย : การตอกเส้น

เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2552 ทีมงานสะพายกล้องท่องเที่ยว ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชม โครงการรวมพลังสร้างสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ระดับภาคกลาง ณ ตลาดเพชรเมืองราช ริม ถนนเพชรเกษม อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้พบวิธีการตอกเส้น ซึ่งเป็นภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพแบบล้านนา วิถีแห่งการรักษาทั้งกายและใจ

โดยการตอกเส้นนี้ จะใช้รักษาโรคที่เกิดจากเส้นเอ็น กล้ามเนื้อตึง หรือแข็งตัวเกินไป หลังจากตอกเส้นแล้วจะทำให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นผ่อนคลาย
อุปกรณ์การตอกเส้น ประกอบด้วย แกนไม้ที่ใช้สำหรับตอกเส้น ค้อนไม้ และน้ำมันสำหรับทา ซึ่งได้จากการเคี่ยวสมุนไพรหลายชนิดรวมกัน โดยขณะที่เคี่ยวจะกล่าวคาถาชุมนุมเทวดาไปด้วย เมื่อตัวยาไหม้ดำ ทิ้งไว้ให้ตกตะกอน จากนั้นจึงตักเอาน้ำมันใสๆ ใส่ขวดเก็บไว้
ในการรักษา เมื่อผู้ป่วยบอกเล่าอาการให้ฟังแล้ว หมอเมืองจะทำการวินิจฉัยโรค แล้วทำพิธีตั้งขันครู ต่อจากนั้นเสกคาถากำกับที่หัวค้อนที่ใช้ตอกเส้น เรียกว่า คาถาสลูปหัวค้อน เพื่อประสิทธิผลในการรักษา และป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้ออักเสบและเส้นเลือดแตก ทาน้ำมัน บริเวณที่มีอาการเพื่อให้กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นผ่อนคลายและอ่อนตัวลง ต่อจากนั้น ตอกเส้นด้วยไม้ตอกตามจุดต่างๆ ที่มีอาการ
ถึงแม้การรักษาในรูปแบบการตอกเส้นนี้ จะไม่ได้รับการรับรองว่าสามารถรักษาโรคได้จริง แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยังนิยมรักษาสุขภาพด้วยวิธีนี้อยู่ ซึ่งเป็นวิถีล้านนา ที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่โบราณ

ที่มาข้อมูล : http://www.fm100cmu.com/blog/GoodHealth/content.php?id=743
บท ตัดต่อ เสียง : สุชาต จันทรวงศ์
ถ่ายภาพ : สุชาติ รอดบุญมา
ผลิตโดย : บริษัท หัวช้างเอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด
วันที่ผลิต : 23 พฤศจิกายน 2552

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ข้าวกระบอกไม้ไผ่ ที่สวนผึ้ง

วันนั้น สายแล้ว ทางทีมงานสะพายกล้องท่องเที่ยว ได้นัดกับ น้าโต้ง นักเขียนหนังสือนามปากกา บุหลัน รันตี ผู้บุกเบิกเรื่องราว เกี่ยวกับวิถีชีวิต และธรรมชาติอันงดงามของสวนผึ้ง เป็นคนแรกแรก โดยมีความมุ่งหมาย เพื่อออกเดินทาง ค้นหาพันธ์ไม้ และสัตว์ป่าหายากในบริเวณป่าดิบชื้น โดยรอบเขากระโจม อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยมี น้าวอน ผู้ชำนาญการในพื้นที่ เป็นผู้นำทาง

...ภาพการผจญภัย...

หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการเดินป่า ที่ต้องผจญกับทากหลากหลายชนิดแล้ว ช่วงบ่าย ทางทีมงานได้เดินทางต่อไปยังบ้านพุระกำ ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง เพื่อเก็บภาพเพิ่มเติม และได้มีโอกาส รับประทานข้าวมื้อเย็น ที่หุงจากกระบอกไม้ไผ่ จากฝีมือของ น้าวอน พร้อมกับแกงปุด และหวาย ที่เก็บหามาจากป่าดิบชื้น เมื่อตอนกลางวัน นอกจากนั้น น้ากุ้ง กระเหรี่ยงในพื้นที่ ที่มาสมทบกับเราในภายหลัง ยังได้อุตส่าห์หาปลาไร้สารพิษ จากลำธารธรรมชาติของพุระกำ มาให้พวกเราลองลิ้มชิมรสอีกด้วย

อาหารมื้อเย็นวันนี้ที่สวนผึ้ง อร่อยมาก ทีมงานขอขอบคุณธรรมชาติอันงดงาม และน้ำใจอันแสนดีของ น้าวอน และน้ากุ้ง ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

...ภาพสวยงาม...ของบ้านพุระกำ


บท ตัดต่อ เสียง : สุชาต จันทรวงศ์
ถ่ายภาพ : สุชาติ รอดบุญมา
ผลิตโดย : บริษัท หัวช้างเอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด
วันที่ผลิต : 27 ตุลาคม 2552

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หอศิลป์ วัดประดู่

วัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับเลือกเป็นวัดตัวอย่างโครงการนำร่อง “วัดเป็นศูนย์กลางชุมชน” โดย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวัด ให้เจริญรุ่งเรือง นำไปสู่ความยั่งยืนในทุกทุกด้าน โดยวัดจะต้องประสานความร่วมมือระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียนและราชการ หรือที่เรียกว่า "บวร" ให้ได้ โดยการนำของพระมหาสุรศักดิ์ อติสกโข เจ้าอาวาสวัดประดู่ เป็นผู้วางรูปแบบในการพัฒนา เพื่อให้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้สู่ความยั่งยืน

สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในวัดประดู่ก็คือ "ศูนย์สาธิตศิลปะการทำหัวโขนและเศียรครู” หรือที่เรียกกันว่า “หอศิลป์" สร้างขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช 2548 โดยเจ้าอาวาส เล็งเห็นว่าศิลปวัฒนธรรมต่างต่าง ถือเป็นมรดกล้ำค่าที่ควรจะอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นมรดกของลูกหลาน

หอศิลป์แห่งนี้ เปิดให้ชุมชนและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษา ขั้นตอนการทำ และการฝึกทำหัวโขน และเศียรครู โดยจัดให้มี หลักสูตรการเรียนรู้ โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นบุคคลในชุมชนวัดประดู่ ที่ได้เล่าเรียน ศึกษา และสืบทอดมาโดยตรง จากภูมิปัญญารุ่นก่อนก่อน และในวันปิยะมหาราชของทุกทุกปี ซึ่งตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ทางวัดจะจัดให้มีพิธีไหว้ครูดนตรีไทยและนาฎศิลป์ไทย เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหา นักเรียน นักศึกษา ได้มากระทำพิธีไหว้ครูและครอบครู อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

อ้างอิง :“วัดประดู่"แหล่งเรียนรู้ชุมชนที่อัมพวา.ไลสไตล์ ขอนแก่นลิงค์ . http://www.khonkaenlink.info/tour/tour_thai.asp?id=6450 (สืบค้นเมื่อ 22 ต.ค.2552)
บท ถ่ายภาพ ตัดต่อ เสียง : สุชาต จันทรวงศ์
ผลิตโดย : บริษัท หัวช้างเอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด
วันที่ผลิต : 13 ตุลาคม 2552

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

บวร วัดประดู่

วัดประดู่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม นับเป็นตัวอย่างหนึ่งของความร่วมมือ ระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน หรือที่เรียกคำย่อรวมกัน ว่า บวร.

ณ วัดประดู่ แห่งนี้ ในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ และช่วงปิดเทอม ชาวบ้าน จะส่งบุตรหลานมาทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์น้อย โรงเรียน ก็จะทำหน้าที่อบรม ให้ความรู้ ฝึกวิธีการพูด และจรรยามารยาท ให้แก่เด็กเด็ก ส่วนวัด ก็มีหน้าที่ในการดูแล อนุรักษ์ รวบรวมศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาภายในท้องถิ่น นำมาจัดสร้างเป็นองค์ความรู้ไว้ที่วัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม

...ภาพมัคคุเทศก์น้อยบรรยาย...

นอกจากเด็กเด็ก จะรู้สึกภาคภูมิใจต่อท้องถิ่นของตนเองแล้ว เด็กเด็กยังได้เงินค่าตอบแทนเป็นทุนการศึกษาจากหลวงพ่อเจ้าอาวาสอีกทางหนึ่งด้วย และในบางโอกาส เด็กเด็กก็ยังได้ค่าทิปเพิ่มเติมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม มากน้อยแตกต่างกันไป ตามแต่กำลังศรัทธา

นี่คือ ตัวอย่างที่น่าชื่นชมอีกตัวอย่างหนึ่ง ของความร่วมมือ ระหว่าง บ้าน วัด และโรงเรียน


บท ถ่ายภาพ ตัดต่อ เสียง : สุชาต จันทรวงศ์
ผลิตโดย : บริษัท หัวช้างเอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด
วันที่ผลิต : 20 ตุลาคม 2552

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

มัคคุเทศก์น้อย วัดประดู่

วัดประดู่ แห่งนี้ เคยเป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จประพาสต้นทางชลมารค มาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2477 และทรงเสวยพระกระยาหารเช้าที่วัดประดู่ แห่งนี้ และต่อมาได้ทรงเกิดพระราชศรัทธาต่อหลวงปู่แจ้ง เจ้าอาวาสในขณะนั้น จึงได้ทรงถวายเรือเก๋งพระที่นั่ง พระแท่นบรรทม ตาลปัตร ปิ่นโต สลกบาตร และเครื่องราชศรัทธาที่สำคัญๆ ไว้ให้หลวงปู่แจ้งหลายรายการ ในปัจจุบัน ทางวัดได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนรุ่นหลังได้เข้าเยี่ยมชม

นอกจากนั้น วัดประดู่ยังมีเรื่องราวและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกหลายประการ รอให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ดังที่มัคคุเทศก์ตัวน้อยๆ แห่งวัดประดู่ ได้อธิบายไว้ดังนี้

...ภาพมัคคุเทศก์น้อยบรรยาย..

ยังมีเรื่องราวอีกหลายประการของวัดประดู่ ที่ทางทีมงานสะพายกล้องท่องเที่ยว นำมาฝาก โปรดติดตามได้ ในตอนต่อๆ ไป

บท ถ่ายภาพ ตัดต่อ เสียง : สุชาต จันทรวงศ์
ผลิตโดย : บริษัท หัวช้างเอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด
วันที่ผลิต : 13 ตุลาคม 2552

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

โคยกี๊ ตลาดใหม่ราชบุรี

ตลาดเก่า โคยกี๊ ถนนคนเดินริมแม่น้ำแม่กลอง ตั้งอยู่ในตัวอำเภอเมืองราชบุรี เกิดขึ้นเมื่อต้นปี พุทธศักราช 2552 โดยแนวความคิดของ นายพิชัย นันทชัยพร นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ตลาดโคยกี๊ เป็นตลาดค้าขายสองข้างถนนวรเดช มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร มีสินค้าจำหน่ายมากมาย ได้แก่ สินค้า OTOP สินค้าพื้นเมือง อาหารพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เครื่องใช้ และอาหารต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมอีกหลายอย่าง อาทิ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง ล่องเรือไหว้พระ การแสดงภาพถ่ายเก่า การปั่น จักรยานน้ำ เป็นต้น ตลาดเก่าโคยกี๊ เปิดบริการเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 นาฬิกา ถึง 22.00 นาฬิกา

น่าชื่นชมแนวความคิดของนายพิชัยฯ นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ที่สามารถนำจุดเด่นของแม่น้ำแม่กลอง ออกมาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวได้ โคยกี๊ เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า ริมแม่น้ำ ริมคลอง ส่วนคำนำหน้าโคยกี๊ ว่า “ตลาดเก่า” นั้น อาจมีความหมายที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด เพราะในอดีต จังหวัดราชบุรีไม่เคยมีตลาดในลักษณะเช่นนี้มาก่อน ดังนั้น ตลาดโคยกี๊ จึงต้องถือว่าเป็นตลาดที่สร้างขึ้นใหม่ ไม่ใช่ “ตลาดเก่า” อย่างที่ทุกคนเข้าใจ

วันนี้ มีคำถามว่า ตลาดโคยกี๊ ที่ทุ่มเทงบประมาณด้านกายภาพและกิจกรรม ลงไปจำนวนมากนั้น หากพ้นสมัยของนายพิชัย นันทชัยพร แล้ว ตลาดโคยกี๊แห่งนี้ จะอยู่รอดหรือไม่

ดังนั้น ...ตลาดโคยกี๊ จึงต้องรีบเร่งหาจุดขายและเสน่ห์ของตนเอง ให้พบโดยเร็ว หากมีแต่คนขาย แต่ไร้คนซื้อ จัดกันเอง เที่ยวกันเอง ข้อมูลที่บอกว่า มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมตลาดจำนวนมากนั้น ก็ยังไม่สามารถที่จะวัดความอยู่รอดของตลาดได้

หากวันนี้ ตลาดโคยกี๊ ไม่รีบเร่งค้นหาและพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเองแล้ว วันข้างหน้า อาจจะกลายเป็น ตลาดนัดริมน้ำ ทั่วๆ ไป ที่เทศบาลเมืองราชบุรี เป็นโตโผใหญ่ จัดการขึ้นมาเอง....

บท ถ่ายภาพ ตัดต่อ เสียง : สุชาต จันทรวงศ์
ผลิตโดย : บริษัท หัวช้างเอ็นเทอร์เทนเมนต์ จำกัด
วันที่ผลิต : 13 ตุลาคม 2552